Pandora Night ตอนที่ 1

posted on 03 Dec 2008 02:57 by zales in Pandora-Night

 

Pandora Night

 

Night I – ย่างสู่สนธยา

 

            เหนือพื้นดินที่ฉาบทับด้วยแสงตะวันยามลับฟ้าท่ามกลางกลุ่มซากปรักหักพังซึ่งเคยเป็นตึกสูงตะหง่าน ในความเงียบยามสนธยานั้นมีเพียงเสียงหวูดที่ดังก้องมาตามกระแสลมหนาวก่อนขบวนรถเหล็กไร้รางจะเผยโฉมอันน่าเกรงขามไม่แพ้เสียงอันหนักแน่น

 

            “สถานีต่อไปเรคสตรีท ท่านผู้โดยสารที่ลงสถานีนี้กรุณาระมัดระวังความปลอดภัยของท่านเป็นอย่างสูง ขอย้ำอีกครั้ง...” ประกาศเตือนที่ฟังดูแปลกพิกลดังขึ้นภายในพาหนะเหล็กลำโตพร้อมกับความเร็วของมันที่ค่อยๆลดลงทีละน้อยจนหยุดนิ่งสนิท  ประตูรถบานหนาถูกเลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆโดยมีผู้โดยสารเพียงไม่กี่คนที่รอลงในสถานีนี้ อีกทั้งทุกคนต่างก็พกอาวุธกันเสียจนเหมือนจะมาออกรบทีเดียวเว้นเพียงชายฉกรรจ์ท่าทางบึกบึนสวมเสื้อโค้ทสีน้ำตาลอ่อนเก่าๆท่าทางทะมัดทะแมงคล้ายตำรวจก็มิปาน

 

            คงไม่แปลกหากคนที่มองเห็นชายผู้นี้จะอดมองด้วยความแปลกใจเสียมิได้ในเมื่อ เรคสตรีท แห่งนี้นั้นภายหลังจากเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่อันตรายที่คนทั่วไปรู้จักดีไม่ว่าจะด้วยฝีมือของกลุ่มโจรหรือสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ก็ตามที แต่การจะเข้าไปยุ่งหาเรื่องใส่ตัวคงไม่เข้าท่านักทุกคนจึงเลิกที่จะสนใจชายผู้นั้นก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายของตน ไม่นานนักขบวนรถเหล็กก็ออกวิ่งอีกครั้งเหลือเพียงแต่ฝุ่นควันที่เกิดจากแรงวิ่งและซากปรักหักพังจากสิ่งก่อสร้างของมนุษย์บนพื้นที่รกร้าง

 

ชายหนุ่มยืดเส้นสายหลังจากการเดินทางอันยาวนานพลางมองหาเป้าหมายของตนภายในสถานที่แห่งนี้ ทว่าเขาก็สังเกตเห็นเมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล เป้าหมายในเวลานี้จึงเปลี่ยนเป็นร้านอาหารใกล้ๆซึ่ปรับปรุงซากปรักหักพังในบริเวณนี้มาเป็นพื้นที่ของร้าน

 

พนักงานร้านเอ่ยทักทายอย่างอ่อนหวานขณะประตูไม้บานเก่าถูกเปิดเข้ามาในร้าน เมื่อร่างสูงหย่อนตัวลงนั่งตรงมุมหนึ่งของร้านเสียงฝนตกซ่าก็ทำให้ชายหนุ่มนึกโชคดีที่เลือกหลบมานั่งในร้านเสียก่อน แต่ก็คงเป็นเพราะฝนที่ตกอย่างมากอีกทั้งยังเกิดขึ้นบ่อยนี่กระมังทำให้เรคสตรีทนี้กลับมีผู้คนอาศัยอยู่จำนวนไม่น้อยแม้จะเป็นที่ทุรกันดารผิดกับสภาพอากาศของมัน ทว่าด้วยความเป็นเขตอันตรายจำนวนของผู้คนก็ยังถือได้ว่ามีไม่มากเท่าใดนัก

 

“สวัสดีค่ะคุณอัลตัน เพิ่งเดินทางมาถึงเหรอคะ” พนักงานสาวทักทายชายหนุ่มอย่างเป็นกันเองพร้อมกับส่งเมนูของร้านให้

 

“ใช่ ฉันขอของว่างสักหน่อยก็พอเดี๋ยวต้องไปทำงานอีกน่ะ” อัลตันตอบพลางส่งเมนูคืนให้บริกรสาว ดูเหมือนเธอก็รู้ดีว่าหากชายหนุ่มจะไปทำงานของเขาแล้วล่ะก็อาหารที่พออยู่ท้องแต่ไม่อิ่มเกินไปนั้นเหมาะที่สุด

 

เขามองดูทิวทัศน์ของซากอาคารภายนอกท่ามกลางสายฝนขณะนึกถึงเรื่องเล่าแต่เก่าก่อนสมัยที่บริเวณแห่งนี้ยังคงพลุกพล่านด้วยผู้คน ทว่าแม้มันจะเป็นเรื่องที่ผ่านมาเพียงไม่กี่ชั่วอายุคนแต่การเปลี่ยนแปลงก็รวดเร็วเสียจนเขานึกภาพในอดีตแทบไม่ออกทีเดียว

 

ไม่นานนักแซนวิชชิ้นโตจำนวนหนึ่งก็อยู่บนโต๊ะของชายหนุ่มเรียบร้อยพร้อมกับเครื่องดื่มสีทับทิมท่าทางแปลกตาอีกแก้วหนึ่ง “น้ำผลไม้สูตรพิเศษค่ะ พอดีเพิ่งลองทำดูคุณอัลตันช่วยลองชิมหน่อยนะคะ” สาวน้อยกล่าวก่อนจะกลับไปทำงานของเธอตามปกติ

 

อัลตันเริ่มลงมือจัดการกับอาหารมื้อเล็กๆอย่างช้าๆแต่ขณะที่เขากำลังดื่มด่ำกับเวลาว่างแสนสงบนั้นเองเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น อัลตันดูไม่ค่อยจะเต็มใจรับสายนักทว่าเขาก็รู้ดีกว่าโทรศัพท์ที่เข้ามาในเวลางานนั้นเป็นเรื่องสำคัญชายหนุ่มจึงหยิบมันขึ้นมารับอย่างช่วยไม่ได้

 

“คุณอัลตันสินะ ตอนนี้คุณช่วยเริ่มงานตอนนี้เลยได้หรือเปล่า”

 

“ปกติฉันจะทำงานยังไงมันก็เรื่องของฉันไม่ใช่เรอะ” อัลตันตอบกลับอย่างหัวเสียซึ่งก็ไม่แปลกเพราะที่เขาเลือกทำงานเป็นนักกวาดล้างอิสระก็เนื่องจากไม่อยากทำงานใต้คำสั่งใคร เพียงแค่จัดการกับพวกสัตว์ประหลาดหรือกลุ่มโจรที่ทางการประกาศค่าหัวก็สามารถรับเงินรางวัลได้โดยไม่ต้องยุ่งยากเรื่องกฏระเบียบอะไรนัก

 

“เรื่องจำเป็นน่ะ พวกมือใหม่เกิดไปปะทะกับเป้าหมายตอนฝนตกเข้า คุณคงพอเดาผลได้สินะ”

 

นักกวาดล้างรุ่นเก๋าถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายเพราะแม้เขาจะไม่เดาก็พอนึกภาพของพวกมือใหม่ที่ดันไปยั่วสัตว์ประหลาดเจ้าถิ่นแถบนี้จนเขาต้องไปช่วยตามล้างตามเช็ดอย่างเมื่อปีก่อน ไม่เช่นนั้นคนในเรคสตรีทก็ต้องเดือดร้อนจากสัตว์ประหลาดที่ไล่ตามนักกวาดล้างอ่อนประสบการณ์เข้ามาในเมือง แต่งานนั้นก็เล่นทำเขาเข็ดกับการเจอพวกสไลม์ในวันฝนตกไปอีกนาน

 

“ก็ได้ จะรีบไปจัดการให้” ชายหนุ่มตอบสั้นๆหลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งพลางคิดว่าหากเขาไม่ใช่เพราะเขาเสียดายร้านประจำร้านนี้ก็คงไม่รับปากเรื่องไม่คุ้มค่าเหนื่อยแบบนี้แน่  เขารีบจัดการกับอาหารที่เหลือให้เรียบร้อยพร้อมกับจ่ายเงินให้กับพนักงานสาวโดยไม่ลืมคำชมถึงน้ำผลไม้สูตรพิเศษของเธอ

 

เสื้อกันฝนสีแดงถูกหยิบออกมาสวมก่อนร่างสูงจะออกวิ่งไปท่ามกลางสายฝนมุ่งหน้าสู่แนวโขดหินสูงตะหง่านซึ่งอยู่ห่างออกจากเมืองไปไกลพอสมควรในขณะที่แสงตะวันกำลังลับขอบฟ้าและชักนำรัตติกาลอันหนาวเหน็บมาเยือน

 

To be continued…

 

Comment

Comment:

Tweet