Magic Road, prologue
posted on 02 Nov 2009 09:45 by zales in Magic-Road
Magic Road
บทนำ
‘ซวยชะมัด ซวยสุดๆ อะไรมันจะซวยขนาดนี้ว้า..’
ฉันนั่งคิดซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้อยู่หลายรอบขณะที่จ้องมองของที่อยู่เบื้องหน้า มันเป็นเอกสารฉบับหนึ่งซึ่งส่งมาจากโรงเรียนที่ฉันเพิ่งจะสมัครสอบผ่านเข้าไปได้
“จะคิดมากอะไรนักโรงเรียนชื่อดังอุตส่าห์รับเอ็งเป็นนักเรียนทุนยังไม่พอใจอะไรอีกล่ะเจ้าแมท”
แถมคุณแม่บังเกิดเกล้าก็พูดกรอกหูฉันซ้ำไปซ้ำมาอย่างนี้อยู่หลายรอบตั้งแต่รู้ว่าฉันสอบติดโรงเรียนนั่น โรงเรียนก็ชื่อดังแบบที่ใครๆก็ระริกระรี้อยากเข้าจนตัวสั่น แถมที่สอบติดเข้าไปก็ในฐานะนักเรียนทุนอีก แต่ไอ้เจ้าตัวปัญหาก็คือตัวโรงเรียนนี่ล่ะ..
“โธ่แม่ ก็นั่นมันโรงเรียนสอนผู้มีพลังพิเศษเชียวนะ เจ้าพวกเหนือมนุษย์คงเพ่นพ่านเต็มไปหมดนั่นล่ะ แต่ไอ้ชั้นน่ะคนธรรมดาแล้วจะเข้าไปเรียนกะเขาไหวที่ไหนเล่า”
“เอ็งก็เนียนๆเข้าไปเรียนสิยะ ใช้ไอ้เจ้ามายงมายันอะไรนั่นที่พ่อเอ็งสอนไม่กี่ปีก็จบแล้วล่ะน่า”
‘มายากล’ ต่างหากล่ะแม่ ขนาดชื่อมันแม่ยังจำไม่ถูกแล้วยังจะให้ฉันไปเนียนเรียนที่นั่นอีกตั้งหลายปีคิดว่าฉันจะไปไหวเรอะ แต่ฉันก็ได้แค่เถียงอยู่ในใจไม่งั้นฉันอาจจะไม่ต้องไปเรียนจริงๆเพราะถูกฝ่ามือพระมารดาส่งไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลแทน
จะว่าไปแล้วไอ้เจ้า ‘มายากล’ ที่พูดถึงนี่ล่ะดันทำให้ฉันสอบผ่านเข้าโรงเรียนนั่น ก็เพราะหลังจากสอบผ่านข้อเขียนไปแล้วในการสอบรอบต่อไปนั้นเป็นการสอบสัมภาษณ์โดยให้แสดงความสามารถพิเศษ แล้วฉันก็ดันแสดงมายากลไปโดยไม่ทันคิดว่าที่จริงแล้วเขาหมายถึง ‘การให้แสดงอำนาจพิเศษ’ ต่างหาก
เรื่องมันก็เลยกลายเป็นตลกร้ายที่ทำให้ฉันขำไม่ออกเพราะคนยุคปัจจุบันแทบจะไม่รู้จักมายากลกันแล้ว ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะผู้มีพลังพิเศษน่ะมีกว่าครึ่งของประชากรบนโลกน่ะสิ แถมแต่ละอย่างมันมหัศจรรย์กว่ามายากลทั้งนั้น บรรดามายากรทั้งหลายก็เลยท้อแท้วางมือไปตามๆกันจนมายากลแทบจะสูญหายไปจากโลก แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูเหมือนว่าครอบครัวของฉันจะสืบทอดวิชามายากลกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ตาสอนให้ปู่ ปู่สอนให้พ่อ แล้วพ่อก็มาสอนให้ฉันกับน้องๆ ซึ่งฉันเองก็รู้สึกสนุกที่จะเรียนรู้มันซะด้วยดังนั้นก่อนที่จะจบชั้นประถมฉันก็เรียนมายากลจากพ่อมาจนหมดไส้หมดพุงเลยทีเดียว
จริงๆแล้วหลังจากรู้ว่าสอบผ่านแล้วแม่บังคับให้ฉันไปเรียน ฉันก็เคยคิดจะไปสารภาพว่าที่ใช้สอบผ่านมาน่ะเป็นมายากล แต่ดันกลายเป็นว่าคนที่รับเรื่องคิดว่าฉันไม่อยากไปเรียนโรงเรียนประจำเลยหาเรื่องโกหก นี่ฉันไม่ได้เป็นลูกแหง่กลัวอยู่ห่างบ้านนะเฟ้ย แล้วสีหน้าตอนฟังฉันเล่าเรื่องนั่นมันอะไรกันฟะ..
สุดท้ายฉันก็ได้แต่ยอมรับชะตากรรมแล้วก็มานั่งบ่นให้น้องทั้งสองคนฟังแทน แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะสงสัยอะไรบางอย่างเลยถามฉันขึ้นมา
“แล้วทำไมพี่ถึงได้ไปสมัครโรงเรียนนั้นล่ะครับ/คะ?”
“อ้อ ก็พี่ไม่รู้ว่าจะเรียนที่ไหนดีเลยปาเป้าเสี่ยงทายเอาน่ะสิ”
To be continued…
edit @ 2 Nov 2009 09:46:12 by Zales
#1 By ~fs writer~ on 2009-11-19 03:36